ผิวแพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้ไปหมด ควรดูแลผิวแบบไหน



        สาว ๆ ที่มีปัญหาเรื่องผิวแพ้ง่าย จนไม่กล้าใช้อะไรกับผิวหน้า ลองมาดูกันว่าต้นเหตุของปัญหาเกิดจากอะไร และเราจะแก้ปัญหาผิวแพ้ง่ายหรืออาการระคายเคืองต่าง ๆ ได้อย่างไร รวมถึงวิธีการดูแลรักษาและฟื้นฟูสุขภาพผิวอย่างถูกต้อง

        ผิวที่ระคายเคืองง่ายมาจากผิวที่แห้งมาก เพราะความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมน,กรรมพันธุ์,โรคภูมิแพ้ การใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทต่อต้านริ้วรอยหรือผลัดเซลล์ผิวเก่าซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เรตินอล (กรดวิตามินเอ) , กรดเอเอชเอ และบีเอชเอ ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองสูง ,การอยู่ในห้องปรับอากาศตลอดเวลา การลอกหน้าขัดหน้า การโดนแสงแดดจัดและมลภาวะเป็นเวลานาน ๆ ทำให้ผิวอ่อนแอและไวต่อสารบางชนิด เมื่อสัมผัสกับผิวจะเกิดอาการแห้ง ลอก เพราะสภาพผิวกำลังอ่อนแอ ควรเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้นพร้อมทั้งบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้น จนผิวกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม



วิธีการเริ่มใช้เครื่องสำอางอย่างปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย


1. เริ่มใช้เครื่องสำอางทีละอย่างก่อน อย่างน้อย 2 – 3 วัน

2. ถ้าไม่มีอาการระคายเคือง หรือผื่นแดง ค่อยเริ่มใช้ชิ้นที่สอง ต่ออีก 2 – 3 วัน
3. ถ้าใช้แล้วมีผื่นแดง คัน ให้สังเกตว่าเริ่มมีผื่นแดงเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นใด ควรหยุดใช้ แล้วปรึกษาแพทย์ผิวหนัง






การทดสอบผื่นแพ้สัมผัส (Patch Test)


        เป็นวิธีการทดสอบอาการแพ้สารเคมีที่ทำให้เกิดผื่นแพ้ผิวหนังจากการสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม ครีมทาผิว เสื้อผ้า โลหะ เครื่องประดับ เกสรดอกไม้ แมลง ฝุ่น ฯลฯ ซึ่งหากเราสงสัยว่าแพ้สารตัวใด ก็สามารถนำมาทดสอบได้ โดยเจ้าหน้าที่ทดสอบจะนำสารที่ผู้ป่วยนำมารวมทั้งสารที่แพทย์เลือกชนิดที่คาดว่าจะสัมพันธ์กับอาการผื่นแพ้ เป็นสารที่เราสัมผัสบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวันหรือเป็นสารประกอบหลักในเครื่องสำอางโดยมีความเข้มข้นเหมาะสมสำหรับการทดสอบโดยไม่มีผลข้างเคียง เริ่มด้วยการหยอดสารลงในแผ่นหลุมอลูมิเนียม (Finn Chamber) แล้วแปะพลาสเตอร์ที่แผ่นหลังส่วนบนเพราะเป็นส่วนที่มีปฏิกิริยาต่อการแพ้ได้มากที่สุด โดยพยายามรักษาบริเวณที่ทดสอบให้แห้ง หลังจาก 48 ชั่วโมงจึงดึงเทปทดสอบออก สามารถโดนน้ำได้แต่ไม่ควรฟอกสบู่บริเวณที่ได้รับการทดสอบ จากนั้นไปพบแพทย์เพื่ออ่านผล บริเวณที่แพ้จะมีผื่นแดง คัน อย่างไรก็ตามผื่นเหล่านี้อาจเกิดจากการระคายเคืองก็ได้ ซึ่งหากเกิดอาการแพ้รุนแรงแพทย์ก็จะทำการรักษาให้หายต่อไป


        สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าแพ้เครื่องสำอางหรือไม่ สามารถลองทดสอบด้วยตนเองก่อนอย่างง่าย ๆ ด้วยวิธี Open Test โดยการทาผลิตภัณฑ์ที่ท้องแขนทุกเช้าเย็นหลังอาบน้ำ หากเกิดผื่นขึ้นภายใน 7 – 10 วัน ควรกลับมาพบแพทย์เพราะแสดงว่ามีโอกาสแพ้ได้



แนวทางการรักษา

        ควรดูแลพื้นฐานผิวให้แข็งแรงก่อน รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่เครียด หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ การแพ้ยังไม่เห็นผลในทันที แต่เกิดจากการสะสมอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดอาการแพ้ในที่สุด



จะเลือกผลิตภัณฑ์อย่างไร

        ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ปราศจากสีและกลิ่น โดยใช้วิธี Open Test ที่ท้องแขนก่อน หรือพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำ Patch Test เพราะเราอาจจะกำลังสะสมสารที่แพ้อยู่โดยไม่รู้ตัวจนกว่าจะปรากฏอาการแพ้ให้เห็นชัดเจน







การปกป้องผิวให้แข็งแรง ปลอดภัยจากอาการระคายเคือง

– หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องนอนที่มีพรม,หนังสือ, ห้องเอกสาร เพราะเป็นแหล่งสะสมของฝุ่น
– เลือกใช้ผ้าปูที่นอนชนิดกันไรฝุ่น
– อย่านอนในตำแหน่งที่โดนลมจากเครื่องปรับอากาศเพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้ง
– รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และดื่มน้ำมาก ๆ
– งดทานอาหารรสจัด ของหวานและของทอด
– เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนที่สกัดจากธรรมชาติ และไม่มีส่วนผสมของสารที่ออกฤทธิ์เข้มข้นมากเกินไป
– บำรุงผิวให้ชุ่มชื่นและปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ
– ไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆและไม่ควรใช้น้ำร้อนเกินไป
– ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอม หากยังระคายเคืองอยู่แสดงว่าอาจแพ้สารประกอบอื่น ๆ


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 88,444